cover_1

ช่วยค่ารักษาแบบกายภาพบำบัดเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว

เด็กและเยาวชน
ผู้ป่วย ผู้พิการ

เงินบริจาคของคุณจะเป็นค่ารักษาพยาบาลแบบกายภาพบำบัดวอยต้าและอุปกรณ์ให้กับเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว5คน

project in progress
กำลังดำเนินกิจกรรม
5 มี.ค. 2569

อัปเดตโครงการช่วยค่ารักษาแบบกายภาพบำบัดเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

30 พ.ย. 2568 - 30 พ.ค. 2569

มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ได้ริเริ่มโครงการ “ช่วยค่ารักษากายภาพบำบัดเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว” ซึ่งมุ่งช่วยเหลือเด็ก 5 คนในการทำ Vojta Therapy ที่ช่วยพัฒนาระบบประสาทและการเคลื่อนไหวให้แก่เด็กพิการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและเปิดโอกาสให้เด็กพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

จำนวนเด็กพิการที่ได้รับการช่วยเหลือ 5 คน
ระยะเวลาโครงการ 1 เดือน (5 ครั้งการบำบัด)
งบประมาณสนับสนุนการรักษาต่อเด็ก 7,500 บาท
จำนวนเงินรวมสำหรับโครงการ (5 เด็ก) 37,500 บาท
การสนับสนุนจากผู้บริจาคและมูลนิธิ ค่าใช้จ่ายการรักษาและค่าเดินทาง
พัฒนาการที่สำคัญ เพิ่มวงรอบการปฏิสัมพันธ์จาก 1–4 รอบ เป็น 8–10 รอบ

ตารางพัฒนาการของเด็กที่ได้รับการรักษา ก่อน/หลัง

เด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ก่อนการรักษา หลังการรักษา (5 ครั้ง)
เด็กพิการ “น้องปราชปลื้ม” อายุ 8 ปี 11 เดือน (พิการจากอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต) สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางร่างกายได้ดีขึ้น เช่น ฟังเสียง มองตามเสียง
การควบคุมการเคลื่อนไหว ไม่สามารถเคลื่อนไหวเองได้ เริ่มควบคุมการทรงตัวได้ดีขึ้นและเคลื่อนไหวบางท่าด้วยตัวเอง
รอบปฏิสัมพันธ์ 1-2 รอบ (กับแม่และคนรอบข้าง) เพิ่มขึ้นจาก 1-4 รอบเป็น 8-10 รอบ
การตอบสนองต่อการกระตุ้น ไม่มีการตอบสนองที่มีความหมาย การตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางร่างกายและเสียงได้ดีขึ้น
ความเชื่อมั่นของครอบครัว คุณแม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและกังวล คุณแม่มั่นใจมากขึ้นในวิธีการดูแลลูกด้วยตนเอง

ความพิเศษที่ได้จากการรักษา

การรักษา Vojta Therapy ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์มีผลกระทบที่สำคัญในชีวิตของน้องปราชปลื้ม นอกจากการพัฒนาในด้านการเคลื่อนไหวและการตอบสนองทางกายภาพแล้ว ยังมีผลกระทบที่ดีในด้านอารมณ์และพฤติกรรมของน้องอย่างเห็นได้ชัด:

  • การสนใจและให้ความร่วมมือในกิจกรรมทางสังคม: น้องปราชปลื้มเริ่มแสดงความสนใจและเต็มใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่ในกิจกรรมที่จัดขึ้นในโรงพยาบาลหรือการบำบัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมกับเพื่อนๆ หรือครอบครัวในชีวิตประจำวัน

  • การลดอาการสะดุ้งและเกร็ง: อาการเกร็งที่เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงกลางดึก เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด น้องไม่สะดุ้งตื่นหรือตกใจบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ทั้งน้องและครอบครัวรู้สึกสบายใจมากขึ้น

  • อารมณ์มั่นคงและไม่งอแง: ความมั่นคงทางอารมณ์ของน้องปราชปลื้มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยน้องสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นและไม่งอแงเหมือนก่อนที่จะได้รับการรักษา ทำให้คุณแม่รู้สึกดีใจและมีกำลังใจมากขึ้นในการดูแลลูก

ผลที่ได้จากการรักษานี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้น้องปราชปลื้มสามารถพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตทางด้านจิตใจและอารมณ์ ทำให้ทั้งเด็กและครอบครัวสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุขและมั่นคงมากขึ้น