เงินบริจาคของคุณจะเข้าสู่การจ้างงานคนไร้บ้าน ฟื้นฟูให้คนไร้บ้านมีงานทำ และมีรายได้ คืนสู่สังคมได้ให้กับคนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ15คน
ประเทศไทยยังมีคนไร้บ้านและผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงงานที่มีรายได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลายคนจะมีทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงาน แต่กลับถูกปฏิเสธจากระบบการจ้างงานเนื่องจากไม่มีที่อยู่ ไม่มีเอกสาร หรือถูกตีตราทางสังคม การช่วยเหลือในรูปแบบการแจกอาหารหรือสิ่งของยังมีความจำเป็น แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและการพึ่งพิงได้อย่างยั่งยืน CARE SHIFT จึงพัฒนาขึ้นในฐานะ Social Employment Model ที่เปลี่ยนแนวคิดจาก "การสงเคราะห์" → "การสร้างงาน" โดยเปิดโอกาสให้คนไร้บ้านได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามศักยภาพ เช่น ผู้ช่วยทีม Street Outreach ผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุไร้บ้าน ผู้ประกอบอาหาร ผู้จัดการคลังอาหาร ผู้คัดแยกและบรรจุอาหาร ผู้ช่วยกิจกรรม ผู้ช่วยงานช่าง ผู้ช่วยงานสำนักงาน งานทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ งานดูแลสวน งานรีไซเคิล งานบริการชุมชนอื่น ๆ รายได้ที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างประโยชน์แก่ผู้ได้รับการจ้างงานเพียงคนเดียว แต่ยังส่งต่อเป็นการดูแลคนไร้บ้านอีกหลายร้อยคนผ่านการทำงานของพวกเขาเอง จึงเกิดวงจร คนไร้บ้าน → ได้รับงาน → มีรายได้ → กลับมาช่วยเหลือคนไร้บ้านด้วยกัน ซึ่งเป็นรูปแบบ Social Impact ที่สร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน
คนไร้บ้านจำนวนมากไม่ได้ไร้ความสามารถในการทำงาน แต่ขาด "โอกาส" ที่จะกลับเข้าสู่ระบบการจ้างงาน เนื่องจากอุปสรรคหลายด้าน เช่น การไม่มีที่อยู่ประจำ ไม่มีเอกสารประจำตัว ประวัติการทำงานที่ไม่ต่อเนื่อง ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงอคติของสังคมและนายจ้าง ส่งผลให้แม้จะต้องการทำงาน ก็ไม่สามารถเข้าถึงงานที่เหมาะสมได้ เมื่อไม่มีรายได้ที่มั่นคง คนไร้บ้านต้องพึ่งพาการบริจาคหรือการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเพื่อความอยู่รอดในแต่ละวัน ทำให้ไม่มีโอกาสสะสมเงิน พัฒนาทักษะ หรือวางแผนชีวิตในระยะยาว วงจรนี้นำไปสู่การกลับมาใช้ชีวิตบนท้องถนนซ้ำ แม้จะเคยได้รับการช่วยเหลือแล้วก็ตาม
ขณะเดียวกัน รูปแบบการช่วยเหลือที่มุ่งเน้นการแจกสิ่งของหรืออาหาร แม้มีความจำเป็นในภาวะวิกฤต แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงในชีวิต เพราะไม่ได้แก้ไขปัญหาหลัก คือ การขาดโอกาสในการสร้างรายได้และการมีบทบาททางสังคม
CARE SHIFT จึงเสนอแนวทางใหม่ที่เปลี่ยนจากการช่วยเหลือเพื่อประคับประคอง ไปสู่ การสร้างโอกาสผ่านการจ้างงาน โดยให้คนไร้บ้านได้ทำงานตามศักยภาพ ได้รับค่าตอบแทน และกลับมาเป็นผู้ช่วยเหลือคนไร้บ้านคนอื่น เกิดวงจรแห่งการพึ่งพาตนเอง การสร้างคุณค่า และการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สาเหตุราก (Root Causes)
ผลกระทบ
CARE SHIFT ใช้แนวคิด **Social Employment Model** หรือ "การจ้างงานเพื่อการฟื้นฟู" โดยออกแบบเส้นทางการพัฒนาคนไร้บ้านตั้งแต่การค้นหาศักยภาพ การฝึกทักษะ การจ้างงานจริง และการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถกลับมาพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โครงการดำเนินงานผ่าน 5 แนวทางหลัก ดังนี้
1. ค้นหาศักยภาพและความถนัดของแต่ละคน (Individual Strength Assessment) ประเมินทักษะ ประสบการณ์ ความสนใจ และข้อจำกัดของผู้เข้าร่วม เพื่อจับคู่กับงานที่เหมาะสม แทนการกำหนดรูปแบบงานแบบเดียวกันทั้งหมด
2. พัฒนาทักษะก่อนเริ่มงาน (Capacity Building) อบรมทักษะที่จำเป็น เช่น * วินัยและความรับผิดชอบในการทำงาน * การทำงานเป็นทีม * การสื่อสารและการให้บริการ * สุขอนามัยและความปลอดภัย * การวางแผนการเงินเบื้องต้น * การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต
3. จ้างงานตามความสามารถ (Supported Employment) เปิดโอกาสให้คนไร้บ้านทำงานที่เหมาะกับศักยภาพ เช่น * ผู้ช่วยทีม Street Outreach * ผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ * ทีมผลิตและแจกจ่ายอาหาร * ผู้ช่วยคลังอาหารและโลจิสติกส์ * ผู้ช่วยงานกิจกรรมและชุมชน * งานรีไซเคิล งานช่าง และงานบริการสาธารณะ ทุกตำแหน่งได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม พร้อมมีพี่เลี้ยงคอยสนับสนุนระหว่างการทำงาน
4. ให้คนไร้บ้านช่วยคนไร้บ้าน (Peer Support Model) ผู้ที่ได้รับการจ้างงานจะร่วมเป็นทีมช่วยเหลือคนไร้บ้านรายอื่น ทั้งการลงพื้นที่ แจกอาหาร ติดตามผู้ป่วย ประสานสิทธิ และให้กำลังใจจากประสบการณ์ตรง เกิดความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงชีวิต
5. เชื่อมต่อสู่การมีงานระยะยาว (Employment Pathway) เมื่อผู้เข้าร่วมมีความพร้อม โครงการจะประสานกับภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และกิจการเพื่อสังคม เพื่อส่งต่อเข้าสู่การจ้างงานในตลาดแรงงาน พร้อมติดตามผลหลังการจ้างงาน ลดโอกาสการกลับไปใช้ชีวิตบนท้องถนน
ระยะที่ 1 : เตรียมความพร้อม (เดือนที่ 1–2) วางแผนโครงการ คัดเลือกผู้เข้าร่วม 30 คน ประเมินศักยภาพรายบุคคล อบรมเตรียมความพร้อม
ระยะที่ 2 : การจ้างงานและฟื้นฟู (เดือนที่ 3–10) จ้างงานตามความถนัด มีพี่เลี้ยง (Job Coach) ติดตามการทำงาน พัฒนาทักษะเพิ่มเติมระหว่างปฏิบัติงาน ให้ผู้เข้าร่วมช่วยเหลือคนไร้บ้านอย่างน้อย 300 คน ผ่านงานบริการต่าง ๆ
ระยะที่ 3 : สร้างความยั่งยืน (เดือนที่ 11–12) ประเมินผลโครงการ ส่งต่อผู้เข้าร่วมเข้าสู่การจ้างงานกับภาคธุรกิจหรือกิจการเพื่อสังคม จัดทำคู่มือ CARE SHIFT Social Employment Model สรุปบทเรียนและขยายผลสู่พื้นที่อื่น
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| ค่าจ้างเกี่ยวกับงานด้านอาหาร รับจ้าง ค่าจ้างเกี่ยวกับอาหาร ทำครัว ค่าตอบแทนเฉลี่ย 10,000 บาท/คน ตลอดโครงการ (ทำงานด้านผลิตอาหาร Street Outreach ดูแลเคส คลังอาหาร และงานบริการชุมชน) | 10คน | 100,000.00 |
| Case Support ค่าจ้างทีมดูแลเคส (Case Support) ติดตามเคส ประสานสิทธิ และส่งต่อบริการ ตลอดโครงการ | 2คน | 40,000.00 |
| ค่าจ้างทีม Street Outreach การดูแลคนป่วยในพื้นที่ case manager ค่าตอบแทนเฉลี่ย 10,000 บาท /คน ตลอดโครงการ | 5คน | 50,000.00 |
| ค่า วัสดุอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงาน อุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ภาคสนาม และอุปกรณ์ครัว อุปกรณ์ทำแผล ตลอดโครงการ | 12เดือน | 100,000.00 |
| ค่าประสานงาน เดินทาง เช่นการส่งเคสไปโรงพยาบาล | 12เดือน | 50,000.00 |
| ค่าทีมสนับสนุน ฝึกอบรม ครอบคลุมทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ความปลอดภัย และเอกสารประกอบการอบรม สัก 1-2 ชม. เพื่อเพิ่มทักษะในกรณีที่ขาดในบางคน | 12เดือน | 60,000.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 400,000.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 40,000.00 | |

มูลนิธิอิสรชน เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมกับผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะในประเทศไทย โดยเริ่มทำงานในรูปแบบของอาสาสมัครมาตั้งแต่ปี 2539 และเมื่อถึงปี 2548 ได้ก่อตั้งเป็น “สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน” หรือ VACA. จวบจนปี2554 ได้พัฒนามาเป็น “มูลนิธิอิสรชน” มูลนิธิอิสรชนได้รับอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิอิสรชนในวันที่ 18 ตุลาคม 2554 การทำงานอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาในนาม “อิสรชน” เพื่อสร้างความเท่ากันในสังคม เน้นการทำงานกับตัวบุคคล มุ่งเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจและฟื้นฟูสภาพครอบครัว ชุมชน สังคม รอบข้างไปพร้อม ๆ กัน โดยใช้กิจกรรมการพูดคุย การเยี่ยมบ้าน เยี่ยมครอบครัว ชุมชน ของ ผู้ที่อยู่ในที่สาธารณะ คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง เพื่อค้นหาคำตอบที่แท้จริงเพื่อนำมาวางแผนปรับกระบวนการในการทำงาน ในรูปแบบของอาสาสมัครพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจเป็นสำคัญ ✅โครงการปันชีวิต (สนามหลวงโมเดลทั่วประเทศ) Sanam Luang Model 1. ลงพื้นที่ดูแลคุณภาพชีวิตผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ประจำพื้นที่คลองหลอด สนามหลวง ราชดำเนิน ทุกวันอังคาร เวลา 16:00 – 21:00 น. และพื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร ทุกวัน เวลา 09:00 – 21:00 น. ในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นการ ช่วยเหลือเรื่องปัจจัย 4 ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้น คือ ยารักษาโรค อาหารการกิน ที่อยู่หลับนอน เครื่องนุ่งห่ม หรือแม้แต่ปัจจัยเสริมเบื้องต้น ที่เร่งด่วน ✅โครงการปันอิ่ม ( 1 อิ่ม 1 สะอาดแบ่งปันอาหาร ) ✅โครงการแบ่งปันของเพื่อเพื่อน ✅โครงการถุงปันสุข ✅โครงการปันอาชีพ ✅โครงการ ปันสุข (สุขภาพกายและใจในถนน) ✅โครงการสื่อสานสร้างสุข(ปันโอกาสเชิงรุก) 3. โครงการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ในกลุ่มพนักงานบริการอิสระ
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้