cover_1

ASHOKA NextGen Changemakers จุดประกายแห่งการเปลี่ยนแปลงจากตัวคุณสู่สังคม

เด็กและเยาวชน

เงินบริจาคของคุณจะสนับสนุนการจัดกิจกรรมในโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้นําเยาวชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (Everyone A Changemaker)30คน

project succeeded
โครงการสำเร็จแล้ว
4 มิ.ย. 2569

รายงานปิดโครงการจุดประกายฝันแห่งการเปลี่ยนจากตัวคุณสู่สังคม กับ 25 ASHOKA NextGen Changemakers

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

13 ธ.ค. 2568 - 29 พ.ค. 2569

พื้นที่ที่ทำกิจกรรม

ทั่วประเทศ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

เด็กและเยาวชน
25คน

โครงการ ASHOKA NextGen Changemakers จุดประกายฝันแห่งการเปลี่ยนจากตัวคุณสู่สังคม เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีทักษะสําคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) การทํางานเป็นทีม (Teamwork) ภาวะผู้นํารูปแบบใหม่ (New Leadership) และความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลง (Changemaking) ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการลงมือปฏิบัติจริงในชุมชน

โครงการนี้มุ่งหมายให้เยาวชนตระหนักถึงศักยภาพของตนเองในการเปลี่ยนเเปลงทางสังคม พัฒนาเป็นผู้นํารุ่นใหม่ที่มีแนวคิดในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Systemic Change) เข้าใจและตระหนักถึงความรู้สึกผู้อื่น และสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับชุมชนและสังคม ได้อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของอโชก้า คือ “Everyone A Changemaker – ทุกคนสามารถสร้างการ เปลี่ยนแปลง”

ในโครงการ มีการรับสมัครและคัดเลือกเยาวชน โดยมีวิธีการคัดเลือกเยาวชน ดังนี้

 1. รับสมัครเยาวชนและคัดเลือกผ่านใบสมัคร ที่เยาวชนจะต้องเขียนความตั้งใจในการเข้าร่วมโครงการ และบอกเล่าเส้นทางของความสนใจการสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ในขั้นตอนสมัครเข้าร่วมโครงการรอบแรกมีเยาวชนที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 44 คน

2. ขั้นตอนการสัมภาษณ์เยาวชน มุ่งเน้นให้เยาวชนสามารถสื่อสาร บอกเล่าประสบการณ์การสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของตนเอง การทำงานร่วมกับชุมชนหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งความตั้งใจที่จะต่อยอด เรียนรู้การเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในประเด็นที่ตนเองสนใจต่อไป โดยมีจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือก 30 คน และเมื่อเข้าสู่การปฐมนิเทศ วางแผนการทำงานและความพร้อมในการเรียนรู้ของเยาวชน มีจำนวนผู้ที่เข้าร่วมตลอดจนครบโครงการจำนวน 25 คน 

โดยทั้งสามขั้นตอนของการคัดเลือกเยาวชน ทางทีมผู้จัดมีแนวทางสำคัญในการคัดเลือก  ดังนี้

  1. ทักษะความเข้าอกเข้าใจ (Empathy)
  2. ทักษะการทํางานเป็นทีม (Teamwork)
  3. ทักษะภาวะผู้นํารูปแบบใหม่ (New Leadership)
  4. ความสามารถในการริเริ่มสร้างสรรค์ต่อสังคม (Changemaking)

เยาวชนได้ทำงานร่วมกับ mentor ประจำกลุ่มในการเรียนรู้เส้นทางของผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่านการลงพื้นที่เรียนรู้จาก Ashoka Fellow ในแต่ละสาขา ตลอดจนบันทึกการเรียนรู้ นำเสนอไอเดีย แนวทางที่อยากพัฒนาและขับเคลื่อนในรูปแบบของการบันทึกเส้นทางการเรียนรู้ โดยมีตัวอย่างกิจกรรมการเข้าร่วมดังนี้

กิจกรรมการนำเสนอเส้นทางการเรียนรู้ของเยาวชน (Changemaker Journey) เยาวชนได้นำเสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาสังคมที่ผ่านการศึกษาข้อมูลและการลงมือปฏิบัติจริงตลอดโครงการ โดยยกระดับจากการมองปัญหาเฉพาะจุดไปสู่การเสนอทางออกเชิงโครงสร้างและนโยบายที่สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้าง:

  • กลุ่มประเด็นสุขภาวะและความเท่าเทียม (Mental Health & Health Tech): 

  1. ทีม We Right: นำเสนอแคมเปญ Voice of the Unseen เพื่อสะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตในเยาวชน โดยเสนอ 3 นโยบายสำคัญ คือ การอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงบริการสุขภาพจิตได้เอง, การมีนักจิตวิทยาประจำทุกโรงเรียน และการผลักดันให้เบิกจ่ายยานอกบัญชีได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการรักษา

  2. ทีม NextPulse: พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยข้ามโรงพยาบาล เพื่อแก้ปัญหากระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยลดเวลากรอกประวัติ ลดความผิดพลาดในการส่งตัว และลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ

  • กลุ่มประเด็นการศึกษาและช่องว่างระหว่างวัย (Education & Society): 

  1.  ทีม EmpowerEd: สะท้อนเสียงของนักเรียนต่อระบบการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง (เช่น เรื่องภาษี) พร้อมเสนอให้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) มากกว่าการเน้นสอบแข่งขัน

  2. ทีม Penguin: สร้างสรรค์ "Gap Diary" ในรูปแบบการ์ดเกมและกิจกรรม 1 Day Trip เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนต่างช่วงวัย (Generation Gap) ภายใต้แนวคิด Start Talking Start Understanding เพื่อลดความขัดแย้งในครอบครัวและสังคม

  • กลุ่มประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยุติธรรมทางนิเวศ (Environment): 

  1. ชะอุ่ม สตูดิโอ: ผลักดันข้อเสนอกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก โดยมีหัวใจสำคัญคือ "สิทธิในลมหายใจ" (ประกาศให้ PM2.5 เป็นภัยพิบัติ) และการทบทวนกฎหมายประมงเพื่อปกป้องสัตว์น้ำวัยอ่อนและรักษาสมดุลระบบนิเวศทะเลไทย

  2. ทีม Origin: นำเสนอโมเดล Green Restaurant ส่งเสริมให้ร้านอาหารใช้เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมมีวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้จัดการข้อมูลขยะและระบบเตือนภัยไฟป่าอย่างยั่งยืน

กิจกรรมการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของ Ashoka Fellows (Panel Discussion) ช่วงการเสวนาเป็นพื้นที่ส่งต่อแรงบันดาลใจที่เยาวชนได้เรียนรู้บทเรียนจาก Ashoka Fellows ทั้ง 6 ท่าน ซึ่งร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานสังคมมาอย่างยาวนาน เพื่อบ่มเพาะหัวใจการเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง:

  1. คุณสมภพ จันทรากา : ให้บทเรียนเรื่องการจัดการตนเอง "ถ้าเราจัดการตัวเองไม่ได้ อย่าไปจัดการคนอื่น" พร้อมส่งต่อหลักการ คิด-เขียน-พูด-ทำ-นำเสนอ เพื่อสร้างคนให้แข็งแรงจากภายใน

  2. คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ : สร้างแรงบันดาลใจเรื่องความพยายาม "โลกนี้ไม่มีง่ายหรือยาก ถ้าทำบ่อยๆ มันจะไม่ยากเอง" และสนับสนุนให้น้องๆ เลือกเป็น "ผู้กระทำ" เพื่อกำหนดจุดเปลี่ยนให้สังคม

  3. คุณเข็มพร วิรุณราพันธ์ : เน้นย้ำการสร้างจิตสำนึกร่วมกันและการใช้พลังสร้างสรรค์เพื่อออกแบบชีวิตที่อยากอยู่ โดยไม่ปล่อยให้เป็นเพียงหน้าที่แต่ทำด้วยความรัก

  4. ดร.กฤษฎา บุญชัย : ให้มุมมองการเป็น Play Maker for Change ที่ออกแบบความเปลี่ยนแปลงได้เองโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เสมอ และต้องสร้างความเป็นธรรมให้ธรรมชาติโดยไม่แยกจากมนุษย์

  5. นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ : ฝากแนวคิด "คิดสั้น ฝันยาว" ให้สนุกกับการแก้ปัญหาโดยไม่หวังรางวัล เพราะรางวัลที่แท้จริงคือตัวเราที่ถูกขัดเกลาให้ดีขึ้นระหว่างทาง

  6. คุณณัฐยา บุญภักดี : สนับสนุนการปรับ Mindset เพื่อก้าวข้ามอคติ และส่งเสริมให้เยาวชนใช้กลไกรัฐสภาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายอย่างมีกลยุทธ์

กิจกรรมเวทีเจาะลึกประเด็นสังคมเชิงระบบ (NextGen Talks) การสนทนาในหัวข้อ "สุขภาพและสิ่งแวดล้อม" (Health for All and Green Justice) ได้ขยายภาพให้เห็นความซับซ้อนของปัญหาที่เยาวชนกำลังเผชิญ:

  • ความเชื่อมโยงเชิงโครงสร้าง: การวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ การรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาไฟป่า PM2.5 และส่งผลกระทบย้อนกลับมาสู่สุขภาพมนุษย์ (โรค NCDs)

  • ข้อเสนอแนะเชิงนวัตกรรม: การเสนอให้รัฐใช้กลไกประกันราคาข้าวเพื่อนำข้าวไทยมาใช้ทดแทนข้าวโพดในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อแก้ปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการหาคำตอบแห่งอนาคตและการเปิดกว้างข้อมูลวิจัยภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง

กิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์และการสะท้อนผลลัพธ์ (Interactive Zone & Reflection)

  • Interactive Zone: เยาวชนได้จัดบูธแสดงผลงานที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ (Learning Log) เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานกว่า 50 คนได้เข้ามามีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้น้องๆ ได้ฝึกการสื่อสารประเด็นสังคมที่ตนเองสนใจได้อย่างมั่นใจ

  • สะท้อนการเรียนรู้(Reflection): ในช่วงท้าย 
เยาวชนได้สะท้อนว่าสิ่งที่ได้รับมากกว่าความรู้คือ "มิตรภาพและการทำงานเป็นทีมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" 
การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องอาศัย "Empathy" หรือความเห็นอกเห็นใจเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงสังคมต้องอาศัยการทำงานจากหลายภาคส่วนด้วยกัน ซึ่งเยาวชนในโครงการนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีศักยภาพนั้นอย่างเต็มเปี่ยม 
นายยุทธกฤต เฉลิมไทย(นัท) ผู้อำนวยการมูลนิธิอโชก้า ผู้ริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อสังคม (ประเทศไทย) ได้กล่าวสรุปถึงหัวใจของโครงการ

บอกเล่าความประทับใจ

การได้มีประสบการณ์ลงพื้นที่ รับฟังเรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางของการเปลี่ยนแปลงเป็นการจุดประกายแรงใจในสิ่งที่อยากพัฒนา และการมีเพื่อนร่วมเรียนรู้ก็ทำให้รู้สึกว่าบนเส้นทางนี้มีคนอีกหลายคนที่พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ขอบคุณผู้ร่วมบริจาคทุกท่านด้วยใจจริง

เยาวชนในโครงการฯ เยาวชนในโครงการฯ

รายงานการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
ค่าอุปกรณ์การเรียนรู้

1งาน935.00
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม

1งาน4,200.00
ค่าถ่ายเอกสาร

1งาน335.00
ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน

1งาน1,023.00
ค่าอุปกรณ์การเรียนรู้

1งาน392.00
Zoom Communications,

1งาน607.41
ค่าเดินทาง

11คน1,100.00
ค่าเดินทาง

1คน400.00
ค่าเดินทาง

2คน1,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด9,992.41